พิพิธภัณฑ์กรมธนารักษ์
11/07/2567
349
single image

ความเป็นมา

กองส่งเสริมและพัฒนาทรัพย์สินมีค่าของรัฐ มีหน้าที่บริหารจัดการ ทรัพย์สินมีค่าซึ่งมีหลากหลายประเภท ได้แก่ เครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์เครื่องประดับเงิน ตราโบราณเหรียญที่ระลึก ดวงตราไปรษณียากร และทรัพย์สินเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ โดยได้ดำเนินการดูแลรักษา และอนุรักษ์ให้คงสภาพที่ดี ป้องกันการชำรุดเสื่อมสภาพ ในปีงบประมาณ 2559 ได้จัดทำบรรจุภัณฑ์จากวัสดุไร้กรด สำหรับจัดเก็บรักษาทรัพย์สิน แต่ละชนิดเป็นพิเศษเพื่อป้องกันความชำรุดเสียหาย และจัดเก็บทรัพย์สินไว้ภายในห้องมั่นคงที่มี การควบคุมอุณหภูมิ และความชื้นในระดับที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพ ซึ่งเป็นการดูแลรักษาทรัพย์สิน ตามหลักวิชาการอนุรักษ์ และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา ได้เพิ่มการควบคุมดูแล โดยใช้เทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identification) ในการตรวจสอบสถานะ ติดตามและบันทึกข้อมูลการเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน โดยในรอบปีงบประมาณ 2559 มีผลการดำเนินงานด้านการดูแลรักษาทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ดังนี้

single image

 

 

ผลการดำเนินงานด้านการดูแลรักษาทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน

  1. จัดทำทะเบียนทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ได้จำนวน 2,765 ชิ้น จากเป้าหมาย 2,750 ชิ้น
  2. จัดเก็บรักษาทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ได้จำนวน 3,965 ชิ้น จากเป้าหมาย 3,950 ชิ้น
  3. อนุรักษ์ทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ได้จำนวน 1,243 ชิ้น จากเป้าหมาย 700 ชิ้น
  4. อนุรักษ์ดวงตราไปรษณียากรสมัยรัชกาลที่ 5 ได้จำนวน 3,390 แผ่น จากเป้าหมาย 3,000 แผ่น

ด้านการเผยแพร่และจัดแสดง

   กรมธนารักษ์ได้เข้าร่วมโครงการคืนความสุข ให้ประชาชนของ คสช. โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าชม พิพิธภัณฑ์ศาลาเครื่องราชอิสริยยศเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญกษาปณ์ พิพิธภัณฑ์เหรียญและพิพิธบางลำพูโดยไม่เก็บค่าเข้าชม รวมทั้งมีการจัดแสดงในส่วนภูมิภาค จำนวน 2 แห่ง คือ ศาลาธนารักษ์ 1 จังหวัดเชียงใหม่ และศาลาธนารักษ์ 2 จังหวัดสงขลา (ไม่เก็บค่าเข้าชม) ซึ่งมี จำนวนผู้เข้าชมการจัดแสดงทั้งสิ้น 1,000,373 คน

   ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ได้จัดนิทรรศการสำคัญ ต่าง ๆ ดังนี้ งานนิทรรศการ ณ ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์ ในพระบรม- มหาราชวัง จำนวน 3 ครั้ง คือ นิทรรศการหมุนเวียนเรื่อง "พระสุหร่าย: จากตะวันออกไกลสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ” ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2558 – 29 กุมภาพันธ์ 2559 เรื่อง "เครื่องถ้วยจักรี: สายสัมพันธ์ระหว่างไทย – ตะวันตก” ระหว่างวันที่ 21 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2559 และเรื่อง "พระบารมีปกเกล้า” เนื่องในโอกาสมหามงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี และเนื่อง ในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ระหว่างวันที่ 9 มิถุนายน – 30 กันยายน 2559 และที่พิพิธภัณฑ์เหรียญ (ระยะที่ 1) ได้มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับเหรียญกษาปณ์ ทั้งวิวัฒนาการเงินตราไทยและจัดแสดงเหรียญนานาชาติ และนิทรรศการ 70 ปี ครองราชย์ ตามรอยพระบาทยาตรา ระหว่างวันที่ 10 – 30 มิถุนายน 2559 รวมทั้งได้มีการ จัดกิจกรรมวันเด็กที่พิพิธภัณฑ์ทั้ง ๓ แห่ง คือศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์พิพิธภัณฑ์เหรียญ และพิพิธบางลำพูตลอดจนได้ดำเนินการจัดนิทรรศการนอกสถานที่ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวน 51 ครั้ง โดยเป็นการจัดตามโรงเรียน และสถานศึกษา จำนวน 32 ครั้ง และตามสถานที่จัดงานสัมมนา รวมถึงตามที่ ได้รับเชิญ จำนวน 19 ครั้ง อาทิงานกาชาดประจำ ปี 2559 ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 7 เมษายน 2559 ณ บริเวณ หน้าที่ทำการสำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) งานมอบรางวัล ทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำ ปี 2559 ที่จัดขึ้นโดยกรมบัญชีกลาง

   ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2559 ณ อิมแพคเมืองทองธานีจังหวัดนนทบุรี ซึ่งทุนหมุนเวียนการแสดงเหรียญกษาปณ์และ เงินตราไทยได้รับรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น ประเภทรางวัล ผลการดำเนินงานดีเด่นประจำปี 2559 และรางวัลประสิทธิภาพ ด้านการบริหารพัฒนาทุนหมุนเวียนดีเด่นและงานแสดงผลงานทางพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งประเทศไทย (รักชาติ เฟสติวัล) ระหว่างวันที่ 1–3 มิถุนายน 2559 ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติจังหวัดปทุมธานีและเข้าร่วมงานนิทรรศการในต่างประเทศ จำนวน 3 ครั้ง คือ งานนิทรรศการ World Money Fair 2016 ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐ เยอรมณี ระหว่างวันที่ 5–7 กุมภาพันธ์ 2559 งานนิทรรศการ Singapore International Coin Fair 2016 ณ ประเทศ สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 1–3 เมษายน 2559 และงาน นิทรรศการ Tokyo International Coin Convention 2016 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 29 เมษายน ถึง 1 พฤษภาคม 2559 นอกจากนี้ยังได้มีการจัดโครงการเสวนา "พิพิธบางลำพูเสน่ห์ธนารักษ์คู่ชุมชน” วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 ณ พิพิธบางลำพู

 

single image

 

 

แผนงานโครงการที่สำคัญในรอบปีงบประมาณ พ.ศ. 2559

โครงการการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์เหรียญระยะที่ 2
กรมธนารักษ์ได้ดำเนินการจัดทำโครงสร้างและติดตั้งระบบจัดแสดงคือ ระบบไฟฟ้า และระบบ AV รวมทั้งงานตกแต่งและจัดวางโมเดล
สื่อจัดแสดงของห้องเหรียญสมัยรัตนโกสินทร์ ห้องเหรียญกับสังคมไทยห้องกว่าจะมาเป็นเหรียญห้องรู้รอบเหรียญ ห้องเหรียญตามวาระ
ห้องเหรียญนานาชาติห้องกิจกรรมและห้องสมุดเฉพาะทางรวมทั้งจัดทำห้องส่งท้ายเรื่องราว เกี่ยวกับเหรียญแล้วเสร็จ

 

 

 

 

การทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้จากการจำ หน่ายบัตรเข้าชมศาลา เครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์และ เหรียญกษาปณ์ และการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก
ในวาระต่าง ๆ

  1. การทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้จากการจำ หน่ายบัตร เข้าชมศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์และ เหรียญกษาปณ์ แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี จำนวน 1,500,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และจำนวน 1,500,000 บาทโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 15.00 น. ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา
  2. ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก รวม 6 วาระจำนวน 140 เหรียญแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศ์ รวม 9 พระองค์จำนวน 10 ชุด โดยทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามกุฎราชกุมาร จำนวน 2 ชุด เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2559
  3. ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก รวม 6 วาระจำนวน 140 เหรียญแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศ์ รวม 9 พระองค์จำนวน 10 ชุด โดยทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามกุฎราชกุมาร จำนวน 2 ชุด เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2559

 

 

 

 

ด้านบริหารทั่วไป

การตรวจราชการเป็นมาตรการสำคัญประการหนึ่งในการบริหารราชการแผ่นดินที่จะทำให้การปฏิบัติราชการหรือการจัดทำภารกิจของหน่วยงานของรัฐเป็นไปตามเป้าหมาย การตรวจราชการระดับกรม จึงถือเป็นวิธีการหนึ่งของการควบคุมกำกับดูแลการบริหารราชการของอธิบดีโดยมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรมดำเนินการ

single image

 

 

single image

 

 

วัตถุประสงค์ของการตรวจราชการ

  1. ตรวจติดตามเร่งรัดให้คำปรึกษาแนะนำการปฏิบัติงานและการใช้ทรัพยากรการบริหารของหน่วยงานที่รับการตรวจให้เป็นไปตามนโยบายแผนงานงานและโครงการกฎหมายและระเบียบต่างๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด
  2. เสริมสร้างการปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามหลักการ บริหารดำเนินการโดยวิธีประสานงาน การแก้ไขปัญหาและการปรับปรุงงานให้คำแนะนำ ปรึกษาส่งเสริมขวัญและกำลังใจ ของเจ้าหน้าที่มิใช่มุ่งเพื่อการจับผิดนอกจากนี้การตรวจราชการที่มีประสิทธิภาพสามารถสนองนโยบายการบริหารงาน ของอธิบดีได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ผู้บริหารได้ทราบถึงสภาวการณ์ และข้อเท็จจริงในการบริหารราชการได้อย่างชัดเจน
  3. ติดตามความก้าวหน้า ปัญหา และอุปสรรค รวมทั้ง ประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความคุ้มค่าในการ ปฏิบัติงานตามตัวชี้วัดอันเป็นประโยชน์ต่ออธิบดีที่จะได้ทราบ
  4. รับฟังทุกข์สุขความคิดเห็นและความต้องการของ หน่วยงานต่างๆ
  5. แสวงหาข้อเท็จจริงและสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับ เหตุการณ์หรือสถานการณ์ในพื้นที